พระบาง วัดไตรภูมิ ตำบลท่าอุเทน อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม

พระบาง วัดไตรภูมิ ท่าอุเทน
พระบาง วัดไตรภูมิ ท่าอุเทน

เอ่ยถึง พระบาง ใครๆก็คงนึกถึงพระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมืองของลาว ที่ประดิษฐานในเมืองหลวงพระบางในปัจจุบัน เพราะพระบางองค์นั้นมีประวัติยาวนานเกี่ยวข้องกับทั้งราชอาณาจักรกัมพูชา ลาว และสยาม ซึ่งตามตำนานเล่าว่าสร้างขึ้นในลังกาทวีป หลังจากพระพุทธองค์ดับขันธ์ปรินิพานไปแล้ว 463 ปี และอยู่ลังกาทวีปนานถึง 963 ปี ก่อนมีการอัญเชิญมาประดิษฐาน ณ เมืองเวียงคำก่อน และต่อมาในสมัยพระเจ้าวิชุลราชจึงได้ อัญเชิญ พระบางไปประดิษฐาน ณ เมืองหลวงเชียงทองล้านช้างร่มขาว เมืองนั้นจึงได้ชื่อเมืองหลวงพระบางสืบมา
ในสมัยพระเจ้าไชยาเชษฐาธิราชพระองค์ได้ย้ายเมืองหลวงของราชอาณาจักรล้านช้างลงมายังนครเวียงจันทร์ในปี พ.ศ.2103 พระองค์ได้อัญเชิญพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์นี้ลงมาสถิต ณ กรุงเวียงจันทร์ด้วย รวมเวลา พระบางอยู่ในเวียงคำ 143 ปี อยู่ในหลวงพระบาง 202 ปี จึงมาสถิตในเวียงจันทร์ดังกล่าว
ในปี 2322 (อ้างอิงตาม ประวัติพระบาง เขียนโดย จันทะพอน วันนะจิด) เกิดสงครามกับสยาม (สมัยกรุงธนบุรี) พระบาง พร้อมพระแก้วมรกต จึงถูกอัญเชิญไปสยาม(ไทย) ประดิษฐานไว้ในกรุงธนบุรี จนถึงปี พ.ศ.2325 พระเจ้านันทเสนจึงได้ขอพระบางคืนสู่ลาว สถิต ณ เวียงจันทร์อีกครั้งหนึ่ง ได้ 45 ปี ก็ถูกแย่งชิงกลับไปไว้ในกรุงเทพของสยามอีกครั้ง และได้กลับมายังลาวอีกในสมัมยของ พระเจ้าจันทราช ปกครองหลวงพระบาง ซึ่งตรงกับสมัยรัชการที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้ทรงมีพระราชานุญาตให้อัญเชิญพระบางกลับสู่ลาว โดยออกจากกรุงเทพแล้วขึ้นไป ตามลำน้ำโขงทางเมืองปากลาย แขวงไชยบุรี ถึงหลวงพระบาง และประดิษฐาน ณ เมืองนั้นเป็นที่สักการะ บูชาเลื่อมใสของชาวลาว และชาวพุทธทั่วไปมาจนปัจจุบัน
จะเห็นว่า พระบาง เป็นพระพุทธรูปที่มีความสำคัญต่อคนบนสองฝั่งโขงมายาวนาน และที่จะเล่าถึงพระบางที่วัดไตรภูมิองค์นี้เพราะ เห็นมีชื่อพ้องกัน ลักษณะก็คล้ายกันมากมาก และเป็นที่ศรัทธาเลื่อมใสของผู้คนแถบนี้ไม่แพ้กัน ที่สำคัญมีประวัติการสร้างจากฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงด้วย

พระบาง วัดไตรภูมิ อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม เป็นพระพุทธรูปยืน ปางห้มสมุทร สูง 80 นิ้ว ประดิษฐานอยู่บนฐานรูปแปดเหลี่ยม สูง 15 นิ้ว รองรับด้วยรูปช้าง 8 เชือก องค์พระหล่อด้วยโลหะหลายชนิดที่หลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน เช่น ทอง นาค เงิน ทองคำขาว และทองแดง เป็นต้น ที่รัดประคต(สายรัดเอว) มีนิล ฝั่งอยู่ เป็นระยะ ๆ ที่พระนาภีมรเพชรขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.5 นิ้วฝั่งอยู่(ปัจจุบันหายไป) องค์พระ และฐานสร้างเป็นส่วนแยกออกจากกันได้ สามารถถอดออกได้เป็น 5 ชิ้น คือ พระรัศมี พระเศียร พระหัตถ์ซ้าย – ขวา ลำตัว และฐานแปดเหลี่ยม
รอบฐานของพระบาง วัดไตรภูมิ นี้มีจารึกด้วยอักษรลาวเก่า(ไทน้อย) อ่านได้ความว่า “สมเด็จพระเหมะ วันทา กับทั้ง อัง เต วา สิ อุบาสก อุบาสิกา ได้ร่วมแรง ร่วมใจกันสร้างพระนี้ขึ้นมา มีขนาดเท่าตัวคน เพื่อให้ไว้ เป็นที่ สักการะ บูชา เมื่อ ปี พ.ศ. 2008 ตรงกับปีวอก เดือน 3 ขึ้น 9 ค่ำ วันศุกร์…”
ตามประวัติแล้ว พระบาง วัดไตรภูมิมาจากฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง จากวัดบ้านคก แขวงคำเกิด ขอให้เราคิดถึงประชาชน บนสองฝั่งแม่น้ำโขง โดยตัดความเป็นชาติ เป็นประเทศออกไป เราจะเห็นภาพความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน โดยแม่น้ำโขงไม่เคยขวางกั้น ยิ่งในเรื่องประเพณี วัฒนธรรมที่ต้องตุ้มโฮม(รวมน้ำใจ)กันแล้ว ถือเป็นปกติที่จะข้ามมาหาสู่ การอัญเชิญพระพุทธรูปจากฝั่งนั้นไปฝั่งนี้ จากฝั่งนี้ไปฝั่งนั้น เป็นไปด้วยศัทธาโดยแท้ พระบาง วัดไตรภูมิก็ถูกอาราธนามาด้วยเหตุนี้เช่นกัน
ประมาณปี พ.ศ.2450 เจ้าเมืองหินบูน แขวงคำเกิด มีความรักและเคารพพระอาจารย์หงษ์ ซึ่งขณะนั้นอยู่ที่วัดพระธาตุ ท่าอุเทน เป็นภิกษุที่มีผู้นับถือเลื่อมใสกันทั้งสองฝั่งอยู่แล้ว เจ้าเมืองหินบูน และคณะจึงได้อัญเชิญพระบางจากบ้านคก ตำบลหินเหิบ มามอบให้ท่านและประดิษฐานไว้ที่วัดพระธาตุ ท่าอุเทน และต่อมาได้ย้ายมาที่วัดไตรภูมิ จนถึงปัจจุบัน
ที่มา http://www.sawasdeenakhonphanom.com/

Share:

Author: mungmee